Apple เปิดตัว Apple Watch Ultra 4 รุ่นใหม่สำหรับสายลุย นักกีฬา และผู้ที่ต้องการติดตามสุขภาพแบบละเอียดขึ้น จุดเด่นรอบนี้คือระบบวัดสุขภาพรุ่นใหม่ ฟีเจอร์ Readiness และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่าเดิม

Readiness ช่วยอ่านความพร้อมของร่างกาย

ฟีเจอร์ Readiness ประเมินกิจกรรม ภาระการฝึก ค่าชีวสัญญาณ และคะแนนการนอน แล้วสรุปเป็นคะแนนตั้งแต่ 0–10 พร้อมคำแนะนำ เช่น Recover, Pace Yourself, Ready หรือ Go For It เพื่อช่วยวางแผนการออกกำลังกายและกิจวัตรประจำวัน

สเปกสำคัญ

  • ชิป S11 และระบบ Health Sensing System
  • เซ็นเซอร์หัวใจแบบออปติคัลและไฟฟ้า วัดอัตราการเต้นหัวใจทุก 5 วินาทีตลอดวัน
  • วัด HRV ถี่ขึ้นสูงสุด 24 เท่าเมื่อเทียบกับเดิม
  • ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 49 มม. มีสีไทเทเนียมธรรมชาติและไทเทเนียมดำ
  • GPS ความถี่คู่ และความสามารถด้านกีฬา/ผจญภัยที่แม่นยำขึ้น
  • กันน้ำลึกสูงสุด 100 เมตร ทนฝุ่นระดับ IP6X และมีตัววัดความลึก 40 เมตร
  • รองรับ ECG การติดตามการนอน การแจ้งเตือนสุขภาพ และการสื่อสารฉุกเฉินผ่านดาวเทียมในเงื่อนไขที่รองรับ
Apple Watch Ultra 4 แสดงคะแนน Readiness หลายระดับ
ภาพจาก Apple Newsroom / Apple

แบตเตอรี่และการชาร์จ

ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 50 ชั่วโมง หรือสูงสุด 84 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมดประหยัดพลังงาน การติดตามการออกกำลังกายกลางแจ้งทำได้นานสูงสุด 25 ชั่วโมงในโหมด Extended Workout และสูงสุด 45 ชั่วโมงใน Max Extended Workout ขณะที่การชาร์จ 15 นาทีเพิ่มแบตเตอรี่ได้สูงสุด 18 ชั่วโมงตามการทดสอบของ Apple

ราคาและกำหนดวางจำหน่าย

ราคาเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในสหรัฐฯ อยู่ที่ $799 ส่วนราคาไทยยังไม่แสดงในหน้า Apple Store Thailand ณ วันที่เผยแพร่บทความนี้ จึงควรรอประกาศราคาและกำหนดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

Apple เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้วในบางประเทศ และเริ่มวางจำหน่ายหน้าร้านวันที่ 18 กันยายน 2026 ขณะที่วันเริ่มขายในไทยอาจแตกต่างกันตามภูมิภาค

สรุป

Apple Watch Ultra 4 อัปเกรดทั้งการวัดหัวใจ ความพร้อมของร่างกาย แบตเตอรี่ และ GPS เหมาะกับผู้ที่ออกกำลังกายจริงจังหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ผู้ซื้อในไทยควรรอราคาและเงื่อนไข Cellular ที่ยืนยันจาก Apple Thailand

ให้ MaKaiTeeTum ช่วยตรวจอุปกรณ์ Apple

โทร 064-564-7945 หรือ Line @KunTum

แหล่งข้อมูลและเครดิต

ข้อมูลอ้างอิง: Apple Watch Ultra 4 ประเทศไทย และ Apple Newsroom
ภาพ: Apple Newsroom / Apple
บทความนี้เรียบเรียงใหม่ ไม่ได้คัดลอกเนื้อหาต้นฉบับ