ขายซาก iPhone หรือ MacBook ที่เปิดไม่ติด ยังมีราคาหรือไม่?

 

หลายคนอาจเข้าใจว่าอุปกรณ์ Apple ที่เสียแล้วหรือ เปิดไม่ติด อย่าง iPhone หรือ MacBook นั้นไม่มีค่าอะไรอีกต่อไป แต่ความจริงแล้ว ซากอุปกรณ์เหล่านี้ยังสามารถขายออกได้ และมีมูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียว บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจว่าเพราะเหตุใด “ซาก” ที่คุณคิดว่าทิ้งไปเฉย ๆ ยังสามารถแปรเป็นเงินได้

 

เหตุผลที่ซาก iPhone หรือ MacBook ยังมีมูลค่า

 

อุปกรณ์ Apple มีส่วนประกอบภายในที่มีคุณภาพ และมีผู้สนใจนำไปใช้ประโยชน์ในหลายด้าน เช่น:

  • อะไหล่ภายใน – ตัวเครื่อง แม้จะเปิดไม่ติด แต่อุปกรณ์บางส่วนเช่น หน้าจอ แบตเตอรี่ กล้อง หรือเมนบอร์ด บางครั้งยังใช้งานได้
  • รีไซเคิลวัสดุ – อุปกรณ์มีวัสดุโลหะมีค่า เช่น ทอง เงิน และทองแดง ที่สามารถนำไปรีไซเคิลต่อได้
  • ซ่อมเพื่อขายต่อ – ร้านซ่อมหลายแห่งสามารถเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสียและนำไปขายต่อในราคาย่อมเยา

 

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาซาก

 

การประเมินราคาซาก iPhone หรือ MacBook จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้:

  • รุ่นและปีของอุปกรณ์ – รุ่นใหม่ แม้เสียแล้ว ราคายังดี เพราะอะไหล่ยังมีความต้องการสูง เช่น MacBook Pro ปี 2020 หรือ iPhone 13
  • สภาพภายนอก – ถ้าบอดี้ไม่ได้แตกหักหนัก จะมีราคาสูงกว่าเครื่องที่สภาพชำรุดมาก
  • อุปกรณ์ที่ยังใช้งานได้ – ถ้าจอ แบตเตอรี่ กล้อง หรือเมนบอร์ดยังมีชีวิต อาจนำไปรีไซเคิลหรือใช้อะไหล่ซ่อมได้
  • ล็อก iCloud หรือไม่ – ถ้ามี iCloud Lock ราคาจะตกทันที เพราะไม่สามารถนำไปใช้งานต่อได้ ต้องแยกอะไหล่เพียงอย่างเดียว

 

ใครคือผู้ที่รับซื้อซากอุปกรณ์?

 

ตลาดซาก Apple มีอยู่จริง และมีผู้เล่นหลักในตลาดนี้ เช่น:

  • ร้านรับซื้อมือถือ/โน้ตบุ๊กมือสอง – หลายร้านรับซื้อแม้อุปกรณ์จะเสีย เช่น ร้านตามห้างไอที หรือหน้าร้านออนไลน์ เช่น MaKaiTeeTum
  • ร้านซ่อมอิสระ – ร้านเหล่านี้ต้องการเก็บอะไหล่ หรือดัดแปลงไปซ่อมเครื่องรุ่นอื่น
  • เว็บ/แอปพลิเคชันรับซื้อของเก่า – เช่น TUPE, Jumnum หรือเพจ Facebook ที่ลงขายอุปกรณ์เสีย

 

ตัวอย่างราคาซื้อซาก iPhone และ MacBook ปี 2024

 

(ราคาประเมินโดยรวม เฉลี่ยจากตลาดมือสองอัปเดตต้นปี 2024)

  • iPhone 11 ที่เปิดไม่ติด: 400 – 800 บาท
  • iPhone 13 Pro ที่เสียระบบบูต: 1,200 – 2,000 บาท
  • MacBook Pro 13” ปี 2019 ที่เปิดไม่ติด: 2,000 – 4,500 บาท (ขึ้นอยู่กับสภาพจอ และบอร์ด)
  • MacBook Air M1 ที่เสียไฟวงจร: 3,000 – 7,000 บาท

 

ข้อควรระวังก่อนขายซาก

 

  • ลบข้อมูล iCloud – หากทำได้ ควรออกจากบัญชี iCloud ก่อนส่งขาย เพื่อราคาจะไม่ตก
  • เตรียมรูปถ่ายสภาพจริง – ถ่ายชัดเจนทุกมุม แสดงว่าแตก หัก หรือเสียตรงไหน เพื่อลดปัญหาเวลาขาย
  • เปรียบเทียบราคาหลายเจ้า – ควรสอบถามร้าน/แพลตฟอร์มหลายแห่ง เพื่อได้ราคาที่ดีที่สุด
  • เลือกผู้ซื้อเชื่อถือได้ – ดูรีวิวหรือประวัติผู้ซื้อตามเพจหรือเว็บรับซื้อ เพื่อความมั่นใจ

 

คำแนะนำในการขายให้คุ้มค่า

 

เพื่อให้การขายซาก iPhone หรือ MacBook เป็นไปอย่างคุ้มค่า ลองทำตามวิธีเหล่านี้:

  • ลองประเมินราคาคร่าว ๆ จากเว็บขายของมือสองอย่าง Kaidee, Shopee, Facebook Marketplace
  • ใส่รายละเอียดชัดเจน อธิบายว่าส่วนไหนใช้ได้ / เสีย / มีอะไรบ้าง เช่น จอแตกไหม, แบตบวมไหม
  • แนะนำผู้ซื้อว่าเครื่องเหมาะกับการใช้อะไหล่หรือซ่อม เพื่อให้ไม่เกิดความเข้าใจผิด

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขายซาก Apple

 

Q: ถ้ากดเปิดเครื่องไม่ได้เลย ยังขายได้จริงหรือ?

A: ได้แน่นอน หากเครื่องยังอยู่สภาพภายนอกพอใช้ หรือยังมีอะไหล่ที่ใช้งานได้ ร้านซ่อมจะรับไปใช้ต่อ

 

Q: ซากเครื่องที่ติด iCloud มีใครรับซื้อหรือไม่?

A: มีบางร้านรับ โดยเน้นนำไปแยกอะไหล่ ไม่สามารถนำไปใช้งานเครื่องต่อได้ ราคาจะต่ำกว่าปลดล็อกได้

 

Q: มีใบเสร็จจะช่วยเพิ่มมูลค่าหรือไม่?

A: หากมีหลักฐานความเป็นเจ้าของ อาจช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและทำให้ร้านกล้ารับซื้อมากขึ้น

 

สรุป: อย่าทิ้งซาก iPhone หรือ MacBook เพราะยังขายได้

 

แม้ว่าอุปกรณ์จะพังหรือเปิดไม่ติด แต่ในโลกของซ่อมอุปกรณ์และรีไซเคิล ซาก Apple ยังมีมูลค่าอยู่ เพียงคุณรู้ช่องทาง และใส่ใจรายละเอียดก่อนขาย ก็สามารถเปลี่ยนเศษเหล็กให้กลายเป็นเงินได้สบาย ๆ