แบตเตอรี่หมดไวเป็นปัญหาที่ผู้ใช้ iPhone หลายคนพบเจอ โดยเฉพาะเมื่อใช้งานหนักหรืออยู่ในพื้นที่สัญญาณอ่อน บทความนี้จะสรุปวิธีการตั้งค่า iPhone เพื่อประหยัดแบตเตอรี่สูงสุด ครอบคลุมทุกด้าน พร้อมคำแนะนำจาก Apple และผู้เชี่ยวชาญ

 

1. เปิดใช้งานโหมดพลังงานต่ำ (Low Power Mode)

โหมดพลังงานต่ำช่วยลดการใช้พลังงานโดยการปิดฟีเจอร์บางอย่าง เช่น การดึงข้อมูลอีเมลอัตโนมัติ การรีเฟรชแอปเบื้องหลัง และลดความสว่างหน้าจอ

  • ไปที่ การตั้งค่า > แบตเตอรี่ แล้วเปิด โหมดพลังงานต่ำ
  • เมื่อเปิดใช้งาน ไอคอนแบตเตอรี่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

 

2. ปรับความสว่างหน้าจอและเปิด Auto-Brightness

หน้าจอเป็นหนึ่งในส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุด การลดความสว่างหรือเปิด Auto-Brightness จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้

  • ลดความสว่าง: ปัดขึ้นจากด้านล่างของหน้าจอ (หรือปัดลงจากมุมขวาบนใน iPhone ที่ไม่มีปุ่ม Home) แล้วปรับแถบความสว่าง
  • เปิด Auto-Brightness: ไปที่ การตั้งค่า > การช่วยการเข้าถึง > จอภาพและขนาดข้อความ แล้วเปิด ปรับความสว่างอัตโนมัติ

 

3. ปิดการรีเฟรชแอปเบื้องหลัง (Background App Refresh)

การรีเฟรชแอปเบื้องหลังทำให้แอปดึงข้อมูลใหม่แม้ไม่ได้ใช้งาน ซึ่งใช้พลังงานมาก

  • ไปที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > การรีเฟรชแอปในพื้นหลัง
  • เลือก ปิด หรือเลือกเฉพาะแอปที่จำเป็น

 

4. ปรับการตั้งค่าบริการตำแหน่ง (Location Services)

บริการตำแหน่งใช้ GPS ซึ่งใช้พลังงานมาก ควรจำกัดการใช้งานเฉพาะแอปที่จำเป็น

  • ไปที่ การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > บริการตำแหน่ง
  • เลือกแอปที่ไม่จำเป็น แล้วตั้งค่าเป็น ขณะใช้แอป หรือ ไม่เลย

 

5. ปรับเวลาล็อคหน้าจออัตโนมัติ (Auto-Lock)

การตั้งค่าเวลาล็อคหน้าจอให้สั้นลงจะช่วยลดการใช้พลังงาน

  • ไปที่ การตั้งค่า > จอภาพและความสว่าง > ล็อคอัตโนมัติ
  • เลือกเวลาเป็น 30 วินาที หรือ 1 นาที

 

6. ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น

การแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นทำให้หน้าจอติดบ่อยครั้ง ซึ่งใช้พลังงานมาก

  • ไปที่ การตั้งค่า > การแจ้งเตือน
  • เลือกแอปที่ไม่จำเป็น แล้วปิด อนุญาตการแจ้งเตือน

 

7. ใช้ Wi-Fi แทนการใช้เครือข่ายมือถือ

การใช้ Wi-Fi ใช้พลังงานน้อยกว่าการใช้เครือข่ายมือถือ

  • เปิด Wi-Fi เมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณ Wi-Fi
  • ไปที่ การตั้งค่า > Wi-Fi แล้วเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่มี

 

8. ปิดฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็น (เช่น Bluetooth, AirDrop, Siri)

ฟีเจอร์เหล่านี้ใช้พลังงานแม้ไม่ได้ใช้งาน ควรปิดเมื่อไม่จำเป็น

  • ปิด Bluetooth: ไปที่ การตั้งค่า > Bluetooth แล้วปิด
  • ปิด AirDrop: ไปที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > AirDrop แล้วเลือก รับการปิด
  • ปิด “Hey Siri”: ไปที่ การตั้งค่า > Siri และการค้นหา แล้วปิด ฟัง “Hey Siri”

 

9. เปิดโหมดมืด (Dark Mode)

สำหรับ iPhone ที่มีหน้าจอ OLED การใช้โหมดมืดช่วยประหยัดพลังงานได้

  • ไปที่ การตั้งค่า > จอภาพและความสว่าง แล้วเลือก มืด

 

10. ตรวจสอบการใช้แบตเตอรี่ของแอป

สามารถดูว่าแอปใดใช้พลังงานมากที่สุด และปรับการใช้งานตามความเหมาะสม

  • ไปที่ การตั้งค่า > แบตเตอรี่
  • ดูรายชื่อแอปและเปอร์เซ็นต์การใช้แบตเตอรี่

 

11. หลีกเลี่ยงการใช้งานในอุณหภูมิสูง

การใช้งาน iPhone ในอุณหภูมิสูงเกิน 35°C อาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น

  • หลีกเลี่ยงการชาร์จหรือใช้งาน iPhone ในที่ร้อนจัดหรือโดนแสงแดดโดยตรง
  • หากจำเป็น ควรปิดเครื่องหรือวางในที่เย็น

 

12. ใช้การชาร์จแบบปรับปรุง (Optimized Battery Charging)

ฟีเจอร์นี้ช่วยลดการเสื่อมของแบตเตอรี่โดยการเรียนรู้พฤติกรรมการชาร์จของผู้ใช้

  • ไปที่ การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > สุขภาพแบตเตอรี่และการชาร์จ
  • เปิด การชาร์จแบตเตอรี่ที่ปรับให้เหมาะสม

 

สรุป

การตั้งค่า iPhone ให้ประหยัดแบตเตอรี่ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงปรับการตั้งค่าตามคำแนะนำข้างต้น คุณจะสามารถยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ต้องการขาย iPhone เครื่องเก่า? ติดต่อ MaKaiTeeTum วันนี้!

หากคุณกำลังวางแผนซื้อ iPhone เครื่องใหม่ อย่าลืมขาย iPhone เครื่องเก่าของคุณกับ MaKaiTeeTum เรารับซื้อ iPhone ทุกรุ่นในราคาสูง พร้อมบริการที่รวดเร็วและเชื่อถือได้