ตลาด iPhone มือสองในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเปลี่ยนไปอย่างมาก จากเดิมที่หลายคนมองว่า “ซื้อแล้วราคาตกทันที” กลายเป็นสินค้าที่ยังมีมูลค่าขายต่อสูงกว่าสมาร์ตโฟนหลายแบรนด์ โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยมอย่าง iPhone Pro Series หรือรุ่นที่ Apple ยังอัปเดต iOS ต่อเนื่อง ทำให้หลายคนเริ่มมอง iPhone เป็นทั้งอุปกรณ์ใช้งานและสินทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนกลับเป็นเงินสดได้ในอนาคต
คำถามสำคัญคือ ถ้าย้อนดูราคามือสอง iPhone ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รุ่นไหนรักษาราคาได้ดีที่สุด และถ้าคุณกำลังคิดจะขาย iPhone ตอนนี้ ควรขายเมื่อไหร่ถึงจะคุ้มที่สุด บทความนี้จะพาคุณวิเคราะห์ทั้งเรื่องราคาตลาด การเสื่อมมูลค่า พฤติกรรมผู้ซื้อ และจังหวะขายที่หลายคนมองข้าม เพื่อช่วยให้คุณ “ตัดสินใจได้จริง” ไม่ใช่แค่รู้ราคาเฉย ๆ
ภาพรวมราคามือสอง iPhone ย้อนหลัง 5 ปี
หากดูแนวโน้มตลาดตั้งแต่ช่วงปี 2021 จนถึง 2026 จะพบว่า iPhone เป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนที่มีอัตราการรักษามูลค่าสูงที่สุดในตลาดมือสอง โดยเฉพาะรุ่นเรือธงอย่าง Pro และ Pro Max ที่ยังเป็นที่ต้องการแม้เปิดตัวมาหลายปี
- iPhone รุ่น Pro ราคาตกช้ากว่ารุ่นปกติ
- รุ่นที่ RAM สูงและกล้องดี มีมูลค่าขายต่อสูงกว่า
- สีเครื่องบางสี เช่น Sierra Blue หรือ Natural Titanium เคยดันราคาตลาดสูงกว่าปกติ
- ความจุ 256GB ขึ้นไป ขายง่ายกว่าความจุต่ำ
- เครื่องที่แบตเตอรี่สุขภาพเกิน 85% มีผลต่อราคาชัดเจน
ในช่วงหลังโควิด ตลาดมือถือมือสองเติบโตขึ้นมาก เพราะผู้บริโภคเริ่มมองหาความคุ้มค่าแทนการซื้อเครื่องใหม่ทุกปี ทำให้ iPhone มือสองกลายเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงขึ้นกว่าเดิม
ทำไม iPhone ถึงราคาตกช้ากว่าสมาร์ตโฟนหลายแบรนด์
Apple มี Ecosystem ที่แข็งแรง
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือผู้ใช้ Apple มักอยู่ใน Ecosystem เดิม ทั้ง AirPods, Apple Watch, MacBook และ iCloud ทำให้คนที่เคยใช้ iPhone มีแนวโน้มซื้อ iPhone ต่อ แม้จะเป็นเครื่องมือสองก็ตาม
Apple อัปเดต iOS นาน
iPhone หลายรุ่นได้รับอัปเดต iOS นานกว่า 5–6 ปี ต่างจาก Android หลายแบรนด์ที่หยุดอัปเดตเร็ว ส่งผลให้ iPhone รุ่นเก่ายังใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
ตลาดมือสองมี Demand ต่อเนื่อง
ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการซื้อ iPhone รุ่นล่าสุด ผู้ใช้งานจำนวนมากต้องการแค่เครื่องที่ใช้งานลื่น กล้องดี และปลอดภัย ทำให้ iPhone รุ่นเก่าบางรุ่นยังขายออกง่ายแม้อายุหลายปี

ราคามือสอง iPhone รุ่นยอดนิยมย้อนหลัง
iPhone 11 Series
iPhone 11 ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่รักษาราคาได้ดีที่สุด เพราะเป็นรุ่นที่สมดุลทั้งประสิทธิภาพ แบตเตอรี่ และกล้อง ทำให้จนถึงปี 2026 ยังมีคนตามหาใช้งานจำนวนมาก โดยเฉพาะ iPhone 11 Pro Max
iPhone 12 Series
รุ่นนี้เริ่มรองรับ 5G ทำให้ราคามือสองยังแข็งแรงกว่าหลายรุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะ iPhone 12 Pro ที่ยังถูกมองว่าดีไซน์ทันสมัยแม้ผ่านมาหลายปี
iPhone 13 Series
หลายร้านรับซื้อยกให้เป็น “Sweet Spot” ของตลาดมือสอง เพราะประสิทธิภาพยังแรง กล้องยังทันสมัย และแบตเตอรี่ดีกว่า iPhone 12 อย่างเห็นได้ชัด
iPhone 14 และ 15 Series
ราคาตกเร็วในช่วงแรกหลังเปิดตัว แต่ยังมีมูลค่าขายต่อสูงกว่าหลายแบรนด์ โดยเฉพาะรุ่น Pro Max ที่ตลาดยังต้องการต่อเนื่อง
ปัจจัยที่ทำให้ราคามือสอง iPhone ตก
การเปิดตัวรุ่นใหม่
ทุกปีหลัง Apple เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ราคามือสองรุ่นเก่ามักปรับลดทันที โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน
สุขภาพแบตเตอรี่
Battery Health เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในตลาดปัจจุบัน หากต่ำกว่า 80% ราคาจะลดลงทันที เพราะผู้ซื้อกังวลเรื่องค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่
สภาพเครื่อง
รอยหนัก หน้าจอเปลี่ยน เครื่องเคยโดนน้ำ หรือ Face ID ใช้งานไม่ได้ ล้วนกระทบต่อราคาทั้งหมด แม้ภายนอกดูสวยก็ตาม
ความจุและสี
ตลาดปัจจุบันนิยมเครื่องความจุสูง เพราะการใช้งานแอป วิดีโอ และไฟล์มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เครื่อง 64GB บางรุ่นเริ่มขายยากกว่าเดิม
ควรขาย iPhone ช่วงไหนถึงจะคุ้มที่สุด
ก่อนเปิดตัวรุ่นใหม่ประมาณ 1–2 เดือน
นี่คือช่วงที่ราคายังไม่ตกหนัก เพราะทันทีที่ Apple เปิดตัวรุ่นใหม่ ตลาดจะเริ่มปรับราคาทันที หลายคนรอซื้อรุ่นเก่าในราคาถูกลง
ตอน Battery Health ยังสูง
หลายคนรอใช้จนแบตเตอรี่ต่ำกว่า 80% ก่อนขาย แต่จริง ๆ แล้วนี่คือช่วงที่ราคาหายไปเยอะที่สุด
ก่อนหมดรอบ iOS Support
หากมีข่าวว่ารุ่นใดกำลังจะไม่ได้อัปเดต iOS ต่อ ราคามักเริ่มลดลง เพราะผู้ซื้อกังวลเรื่องความปลอดภัยและการใช้งานแอปในอนาคต
ใช้ต่อหรือขายต่อ อะไรคุ้มกว่า
กรณีควรใช้ต่อ
- เครื่องยังลื่นและแบตเตอรี่ดี
- ยังได้รับอัปเดต iOS
- ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ฟีเจอร์ใหม่
กรณีควรขาย
- ราคาตลาดยังสูง
- แบตเตอรี่เริ่มเสื่อม
- เริ่มมีปัญหาซ่อมสะสม
- ต้องการอัปเกรดก่อนราคาตกหนัก
หลายครั้งการ “ขายก่อน” อาจคุ้มกว่าการใช้งานต่อ เพราะค่าเสื่อมของ iPhone ในช่วงปลายอายุเครื่องจะเริ่มลดลงเร็วขึ้นกว่าช่วงแรก
ตลาดรับซื้อ iPhone มือสองปี 2026 เปลี่ยนไปอย่างไร
ปัจจุบันผู้ซื้อไม่ได้ดูแค่รุ่นหรือความสวยอีกต่อไป แต่เริ่มสนใจรายละเอียดเชิงเทคนิคมากขึ้น เช่น
- เครื่องเคยแกะหรือไม่
- มีประวัติซ่อมหรือเปลี่ยนจอหรือเปล่า
- True Tone และ Face ID ใช้งานครบไหม
- เป็นเครื่องไทยหรือเครื่องนอก
- ติด iCloud หรือ MDM หรือไม่
สิ่งเหล่านี้ทำให้ร้านรับซื้อมืออาชีพเริ่มใช้ระบบตรวจละเอียดขึ้น เพื่อประเมินราคาที่แม่นยำและลดความเสี่ยงหลังรับซื้อ
ทำไมหลายคนเลือกขายกับร้านรับซื้อแทนขายเอง
แม้การขายเองอาจได้ราคาสูงกว่าเล็กน้อย แต่หลายคนเริ่มกังวลเรื่องความปลอดภัย การนัดเจอ และการถูกโกง ทำให้บริการรับซื้อที่ตรวจเร็ว โอนทันที และมีหน้าร้านจริงได้รับความนิยมมากขึ้น
สำหรับคนที่ต้องการเช็คราคาก่อนขาย “มาขายที่ตั้ม” หรือ MaKaiTeeTum เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายคนใช้ เพราะสามารถส่งรุ่นและสภาพเครื่องเพื่อประเมินราคาเบื้องต้นได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องตัดสินใจขายทันที
จุดเด่นคือ:
- ประเมินรวดเร็วภายในประมาณ 10 นาที
- นัดรับถึงที่ในหลายพื้นที่
- โอนเงินทันทีหลังตรวจสอบ
- ไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวในเครื่อง
- รับซื้อทั้ง iPhone, iPad, MacBook และ Apple Watch
สรุปสำหรับคนที่อยากตัดสินใจเร็ว
- iPhone Pro และ Pro Max ราคาตกช้ากว่ารุ่นปกติ
- ช่วงก่อนเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ คือจังหวะขายที่ดีที่สุด
- Battery Health มีผลต่อราคามากกว่าที่หลายคนคิด
- หากเครื่องเริ่มมีอาการซ่อมสะสม ควรขายก่อนราคาตกหนัก
- รุ่นที่ยังได้ iOS ใหม่ มักขายง่ายกว่า
- เครื่องสภาพเดิม ไม่เคยแกะ มีมูลค่าสูงกว่า
- การเช็คราคาก่อนขายช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
หากคุณกำลังลังเลว่าจะขายตอนนี้หรือใช้ต่อ ลองเช็คราคาตลาดก่อนตัดสินใจ เพราะบางครั้งส่วนต่างของราคาในช่วงเวลาไม่กี่เดือน อาจต่างกันหลายพันบาท
สามารถส่งรุ่น iPhone หรืออุปกรณ์ Apple ของคุณเพื่อประเมินราคาเบื้องต้นได้ที่ LINE: @KunTum หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ makaiteetum.com โทร 08-1154-5496




