ในยุคที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นอุปกรณ์จำเป็นในชีวิตประจำวัน iPhone ยังคงเป็นรุ่นยอดนิยมด้วยประสิทธิภาพและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง ทำให้หลายคนเลือกหันไปซื้อ iPhone มือสอง แทนที่จะซื้อของใหม่
แต่การซื้อ iPhone มือสอง นั้นก็มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย หากไม่ตรวจสอบให้ดี อาจได้เครื่องมีปัญหา หรือโดนหลอกได้ง่าย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนซื้อ iPhone มือสอง อย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจและปลอดภัยในการซื้อ
1. ตรวจสอบหมายเลข IMEI และ Serial Number
สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อได้เครื่อง iPhone มือสองมาในมือ คือการตรวจสอบ IMEI และ Serial Number ว่าตรงกับตัวเครื่องหรือไม่
- เข้าไปที่ Settings > General > About
- จดเลข IMEI และ Serial Number
- เปรียบเทียบกับหมายเลขที่อยู่บนกล่อง (ถ้ามี) หรือที่ถาดซิม
- สามารถเช็คข้อมูลผ่านเว็บของ Apple ได้ที่ checkcoverage.apple.com
2. ตรวจสอบว่า iPhone ไม่ติด iCloud
การติด iCloud หมายถึงเครื่องยังล็อคบัญชีเจ้าของเดิม ถ้าไม่ได้รับการปลดล็อกก่อน คุณจะไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่ และอาจกลายเป็นเครื่องที่ไม่มีค่าเลย
ให้ตรวจสอบว่า:
- iPhone ได้ sign out จาก Apple ID แล้วหรือไม่
- เมื่อตั้งค่าเครื่องใหม่ ต้องไม่มีข้อความว่า “ต้องใช้ Apple ID ของเจ้าของเดิม”
คุณสามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์ Activation Lock ได้ผ่านเว็บไซต์ของ Apple หรือเข้าไปที่ iPhone แล้วไปที่ Settings > [ชื่อผู้ใช้] ว่ามีการ sign in อยู่หรือไม่
3. เช็กสภาพภายนอกตัวเครื่อง
อุปกรณ์ภายนอกของ iPhone ก็เป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ โดยดูจาก
- หน้าจอ มีรอยร้าวหรือไม่ หน้าจอสัมผัสมีปัญหาไหม
- กล้องหน้า-หลัง ใช้งานได้ครบ ไม่มีฝ้า หรือจุดดำ
- ปุ่มกด เช่น ปุ่ม Home, ปุ่ม Power, ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง กดได้ปกติหรือไม่
- พอร์ตชาร์จ และลำโพง มีสิ่งสกปรกหรือเสียบสายชาร์จได้แน่นไหม
- บอดี้เครื่อง มีรอยตกหรือความเสียหายหรือไม่
4. ทดลองการใช้งานเบื้องต้น
ควรทดลองใช้งานเครื่องจริงอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ โดยมีสิ่งที่ควรทดสอบ เช่น:
- ลองโทรเข้า-โทรออก
- การเชื่อมต่อ Wi-Fi และสัญญาณเครือข่าย
- ทดลองกล้อง ถ่ายภาพ วีดีโอ
- ทดสอบเซ็นเซอร์ เช่น การหมุนจออัตโนมัติ Face ID / Touch ID
- เล่นเสียง เพื่อดูว่าลำโพง และไมโครโฟนทำงานครบ
5. ตรวจสอบประวัติการซ่อม และแบตเตอรี่
ควรสอบถามคนขายว่า iPhone เคยมีการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนมาก่อนหรือไม่
- สามารถเช็ก Battery Health ได้ที่ Settings > Battery > Battery Health
- หากความจุแบตเตอรี่น้อยกว่า 85% อาจต้องเปลี่ยนใหม่ในไม่ช้า
- ปลาเครื่องผ่านร้านซ่อมที่ไม่ได้รับอนุญาต อาจมีปัญหาในอนาคตได้
6. ตรวจสอบว่าไม่ใช่ของเถื่อน หรือเครื่องเคลมปลอม
ในตลาดมือถือมือสอง อาจมีการนำเครื่องปลอม หรือเครื่องประกอบจากส่วนต่าง ๆ มาขาย เช่น
- เครื่องนอกโมดิฟาย ที่ถูกดัดแปลงภายใน
- เครื่องประกอบจากชิ้นส่วน ที่แยกมาจากหลายเครื่อง
- เครื่องเคลมปลอม ที่อ้างว่าได้รับจากศูนย์
ควรตรวจสอบประวัติเครื่องจากหน้าเว็บ Apple และขอดูหลักฐานการซื้อขายที่น่าเชื่อถือ
7. ขอประกันหรือใบเสร็จ หากเป็นไปได้
หากเป็นไปได้ ควรสอบถามถึงใบเสร็จ หรือเอกสารการซื้อจากเจ้าของเดิม เพื่อใช้ยืนยันว่าไม่ใช่ของโจรกรรม และสามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้ในอนาคต
8. เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
การซื้อ iPhone มือสองจากแหล่งที่น่าเชื่อถือสำคัญมาก เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ
- ร้านมือสองที่มีหน้าร้านและรีวิวดี
- เว็ปไซต์ขายของที่มีระบบรับประกัน เช่น Shopee, Lazada
- เลี่ยงการซื้อขายแบบไม่เจอตัว หรือโอนล่วงหน้าโดยไม่รู้จัก
9. ตรวจสอบรุ่นและราคากลาง
ก่อนจะตกลงซื้อควรศึกษาราคากลางของ iPhone รุ่นนั้น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ซื้อแพงเกินจริง หรือราคาถูกผิดปกติจนเสี่ยง
- เปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่ง
- สอบถามกลุ่มผู้ใช้งานในโซเชียล
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการซื้อ iPhone มือสอง
Q: ซื้อ iPhone มือสองออนไลน์ปลอดภัยไหม?
ปลอดภัย หากซื้อผ่านแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ มีระบบรับประกัน และไม่โอนเงินก่อนโดยไม่ตรวจสอบ
Q: เช็กว่าเครื่อง iPhone ถูกขโมยมาหรือไม่ทำอย่างไร?
สอบถามหาใบเสร็จหรือหลักฐานการซื้อ ตรวจสอบ IMEI บนเว็บไซต์ฐานข้อมูล เช่น IMEI.info เพื่อเช็กสถานะเครื่อง
Q: ควรซื้อ iPhone มือสองอายุการใช้งานกี่ปี?
ควรเลือกเครื่องที่อายุไม่เกิน 2-3 ปี เพื่อให้แน่ใจว่ายังได้รับอัปเดต iOS และฮาร์ดแวร์ยังไม่เสื่อมสภาพ
สรุป
การซื้อ iPhone มือสอง ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย หากเรารู้จักตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ อย่างรอบคอบก่อนซื้อ เช่น IMEI, iCloud, สภาพเครื่อง, การใช้งาน, ความน่าเชื่อถือของผู้ขาย ฯลฯ ถ้าคุณทำตามขั้นตอนครบถ้วน ก็สามารถได้ iPhone มือสองที่คุ้มค่า ปลอดภัย และใช้งานได้อย่างสบายใจ
ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเลือกซื้อ iPhone มือสองที่ทั้งดีและประหยัดนะครับ!




