การบันทึกหน้าจอกลายเป็นสิ่งจำเป็นในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการสร้างวิดีโอการสอน การทำคอนเทนต์ การแก้ปัญหาทางเทคนิค หรือการนำเสนอไอเดียในการทำงาน ใน iPhone และ Mac นั้น มีฟีเจอร์การบันทึกหน้าจอที่สะดวกและใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปเพิ่มเติม บทความนี้จะแนะนำวิธีการบันทึกหน้าจอทั้งบน iPhone และ Mac ด้วยขั้นตอนแบบละเอียดและเคล็ดลับต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

วิธีบันทึกหน้าจอ iPhone

1. การเปิดใช้งานฟีเจอร์บันทึกหน้าจอใน Control Center

ฟีเจอร์บันทึกหน้าจอบน iPhone ถูกเพิ่มเข้ามาใน iOS ตั้งแต่เวอร์ชัน 11 เป็นต้นไป หากคุณยังไม่เคยใช้งาน คุณสามารถเปิดใช้งานได้โดยทำตามขั้นตอนดังนี้:

  1. ไปที่ Settings: เปิดแอปการตั้งค่า (Settings) บน iPhone ของคุณ
  2. เลือก Control Center: เลื่อนลงมาแล้วเลือก Control Center
  3. เพิ่ม Screen Recording: ในหมวด “More Controls” ให้เลือกเพิ่ม “Screen Recording” เข้าไปใน Control Center

2. วิธีการบันทึกหน้าจอ

เมื่อคุณเปิดฟีเจอร์บันทึกหน้าจอใน Control Center เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถบันทึกหน้าจอได้โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. เปิด Control Center: บน iPhone รุ่นที่ไม่มีปุ่มโฮม ให้ปัดลงจากมุมขวาบนของหน้าจอ ส่วนรุ่นที่มีปุ่มโฮมให้ปัดขึ้นจากขอบด้านล่าง
  2. เริ่มการบันทึก: แตะไอคอน “Screen Recording” ที่เป็นปุ่มวงกลมสีขาว การบันทึกจะเริ่มต้นหลังจากนับถอยหลัง 3 วินาที
  3. หยุดการบันทึก: เมื่อคุณต้องการหยุดบันทึกหน้าจอ ให้แตะไอคอนสีแดงที่แสดงที่มุมบนของหน้าจอ แล้วเลือก “Stop” หรือคุณสามารถหยุดได้จาก Control Center อีกครั้ง

3. การเพิ่มเสียงในการบันทึกหน้าจอ

หากคุณต้องการบันทึกเสียงควบคู่ไปกับวิดีโอหน้าจอ คุณสามารถเปิดไมโครโฟนได้ด้วยการกดปุ่ม “Screen Recording” ค้างไว้ใน Control Center แล้วเลือกเปิด “ไมโครโฟน” ก่อนเริ่มบันทึก

วิธีบันทึกหน้าจอ iPhone

1. การใช้เครื่องมือบันทึกหน้าจอใน macOS

Mac มาพร้อมกับเครื่องมือบันทึกหน้าจอในตัวตั้งแต่ macOS Mojave และเวอร์ชันที่ใหม่กว่า ซึ่งสามารถใช้งานได้ง่ายผ่านคีย์ลัด

  1. เปิดเครื่องมือบันทึกหน้าจอ: กดปุ่ม Command + Shift + 5 บนคีย์บอร์ด เครื่องมือบันทึกหน้าจอจะปรากฏขึ้นที่ด้านล่างของหน้าจอ
  2. เลือกรูปแบบการบันทึก: คุณสามารถเลือกบันทึกทั้งหน้าจอ (Record Entire Screen) หรือบันทึกเฉพาะส่วนที่เลือกของหน้าจอ (Record Selected Portion)
  3. เริ่มการบันทึก: คลิก “Record” เพื่อเริ่มบันทึก การบันทึกจะเริ่มทันที
  4. หยุดการบันทึก: คลิกที่ไอคอน “หยุด” ที่แสดงในแถบเมนูด้านบนของหน้าจอ หรือใช้คีย์ลัด Command + Control + Esc เพื่อหยุดบันทึก

2. การบันทึกเสียงบน Mac

หากคุณต้องการบันทึกเสียงระหว่างการบันทึกหน้าจอ ให้คลิกปุ่ม “Options” ในเมนูเครื่องมือบันทึกหน้าจอ แล้วเลือกไมโครโฟนที่ต้องการบันทึกเสียงด้วย ไม่ว่าจะเป็นไมโครโฟนของ Mac หรือไมโครโฟนภายนอก

3. การแก้ไขวิดีโอที่บันทึกบน Mac

เมื่อคุณบันทึกหน้าจอเสร็จแล้ว ไฟล์วิดีโอจะถูกบันทึกไว้ในเดสก์ท็อป คุณสามารถแก้ไขวิดีโอได้ง่าย ๆ โดยใช้แอป QuickTime ซึ่งมาพร้อมกับ macOS หรือใช้แอป iMovie ที่มีฟีเจอร์การตัดต่อที่หลากหลายมากขึ้น

เคล็ดลับและเทคนิคการบันทึกหน้าจอ

  • ใช้ไมโครโฟนภายนอก: หากคุณต้องการคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นสำหรับการอัดเสียง ควรใช้ไมโครโฟนภายนอกแทนไมโครโฟนในตัวเครื่อง
  • บันทึกเฉพาะหน้าจอที่จำเป็น: การบันทึกเฉพาะส่วนที่ต้องการจะช่วยลดขนาดไฟล์วิดีโอ และทำให้การนำเสนอเนื้อหาชัดเจนขึ้น
  • ใช้เครื่องมือแก้ไขวิดีโอ: หลังจากบันทึกเสร็จแล้ว การใช้เครื่องมือแก้ไขวิดีโอ เช่น iMovie หรือ Final Cut Pro สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพและความเป็นมืออาชีพของวิดีโอได้

หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้งาน iPhone และ Mac เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคุณ อย่าลืมแวะมาที่ MaKaiTeeTum เพื่อรับคำแนะนำและบริการเกี่ยวกับอุปกรณ์ Apple ที่คุณต้องการ เรายินดีช่วยเหลือทุกขั้นตอนในการใช้งาน!

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: