แบตเตอรี่ที่หมดเร็วเป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้ใช้งาน iPhone หลายคน หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วคือการแจ้งเตือนที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะช่วยคุณตั้งค่าการแจ้งเตือนใน iPhone อย่างถูกวิธี เพื่อประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอรี่ในชีวิตประจำวัน
การแจ้งเตือนและผลกระทบต่อแบตเตอรี่
การแจ้งเตือน (Notifications) ทำงานอย่างไร?
- การแจ้งเตือนทำงานเมื่อแอปพลิเคชันมีการส่งข้อมูลใหม่ เช่น ข้อความ อีเมล หรือการอัปเดต
- การแจ้งเตือนสามารถใช้พลังงานในการสั่น การแสดงผลหน้าจอ และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ผลกระทบต่อแบตเตอรี่
- การแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น หรือแอปที่ส่งการแจ้งเตือนมากเกินไป อาจทำให้แบตเตอรี่ลดลงเร็วกว่าปกติ
วิธีตั้งค่าการแจ้งเตือนให้ประหยัดแบตเตอรี่
ปิดการแจ้งเตือนสำหรับแอปที่ไม่จำเป็น
- ไปที่ Settings > Notifications
- เลือกแอปที่ไม่จำเป็น
- ปิด Allow Notifications
ปรับรูปแบบการแจ้งเตือน
- ตั้งค่าให้แสดงเฉพาะ Badges (ตัวเลขแจ้งเตือน)
- ปิดเสียงการแจ้งเตือน (Sounds) และการสั่น (Vibration)
ใช้โหมด Focus (iOS 15 ขึ้นไป)
- เปิด Settings > Focus
- สร้างโหมดใหม่ เช่น “Work” หรือ “Sleep”
- ตั้งค่าให้แสดงการแจ้งเตือนเฉพาะแอปที่จำเป็น
เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อประหยัดแบตเตอรี่
ปิดการแจ้งเตือนแบบ Push จากอีเมล
- ไปที่ Settings > Mail > Accounts
- ปิดการแจ้งเตือนแบบ Push และเลือก Fetch แทน
ใช้โหมด Low Power Mode
- ไปที่ Settings > Battery
- เปิด Low Power Mode เพื่อช่วยลดการทำงานเบื้องหลัง
ลดความถี่ในการรีเฟรชแอปเบื้องหลัง
- ไปที่ Settings > General > Background App Refresh
- ปิดการรีเฟรชสำหรับแอปที่ไม่จำเป็น

ตั้งค่าการแจ้งเตือนแบบชาญฉลาด
ใช้ Summary Notifications (iOS 15 ขึ้นไป)
- สรุปการแจ้งเตือนในช่วงเวลาที่กำหนด
- ไปที่ Settings > Notifications > Scheduled Summary
- เลือกแอปที่ต้องการรวมใน Summary
ปรับแต่งการแจ้งเตือนตามแอปพลิเคชัน
- สำหรับแอป Social Media เช่น Facebook หรือ Instagram ให้ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่สำคัญ เช่น การแจ้งเตือนของกลุ่ม
เปิดการแจ้งเตือนเฉพาะใน Wi-Fi
- ใช้การแจ้งเตือนเฉพาะเมื่อเชื่อมต่อกับ Wi-Fi เพื่อประหยัดแบตเตอรี่และข้อมูลมือถื
ตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่
ดูข้อมูลการใช้พลังงานของแอป
- ไปที่ Settings > Battery
- เลื่อนลงเพื่อดูว่าแอปใดใช้พลังงานมากที่สุด
ตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ (Battery Health)
- ไปที่ Settings > Battery > Battery Health เพื่อดูความจุสูงสุดของแบตเตอรี่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งค่าการแจ้งเตือน
การปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดช่วยประหยัดแบตเตอรี่หรือไม่?
- ช่วยได้อย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับแอปที่ใช้งานหนัก
Low Power Mode ปรับการแจ้งเตือนอัตโนมัติหรือไม่?
- Low Power Mode จะปิดการแจ้งเตือนบางอย่าง เช่น การรีเฟรชแอปเบื้องหลัง
การแจ้งเตือนจากแอปไหนที่ควรเปิดไว้เสมอ?
- แอปที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร เช่น iMessage, LINE, หรือแอปธนาคาร
สรุป
การตั้งค่าการแจ้งเตือนอย่างเหมาะสมสามารถช่วยประหยัดแบตเตอรี่ใน iPhone ของคุณได้อย่างมาก คุณสามารถเริ่มต้นจากการปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น ปรับการตั้งค่าแบบชาญฉลาด และใช้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่าง Focus และ Scheduled Summary เพื่อให้ iPhone ของคุณทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง




