Apple Watch เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญในการติดตามสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวัน แต่สุขภาพแบตเตอรี่ที่ลดลงอาจทำให้อุปกรณ์ใช้งานได้ไม่นานเท่าที่ควร การตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนการดูแลและเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ทันเวลา บทความนี้จะอธิบายวิธีการตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ใน Apple Watch อย่างละเอียด พร้อมเคล็ดลับในการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่

1. วิธีการตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ใน Apple Watch

1.1 ตรวจสอบผ่าน Watch Settings บน Apple Watch

  1. เปิด Apple Watch ของคุณ
  2. ไปที่ Settings (การตั้งค่า) โดยแตะที่ไอคอนรูปเฟือง
  3. เลื่อนลงและแตะ Battery (แบตเตอรี่)
  4. แตะ Battery Health (สุขภาพแบตเตอรี่) เพื่อดูข้อมูล
    • Maximum Capacity (ความจุสูงสุด): แสดงเปอร์เซ็นต์ความจุแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ เมื่อเทียบกับความจุใหม่ 100%
    • Peak Performance Capability (ความสามารถในการประมวลผลสูงสุด): บอกว่าแบตเตอรี่ยังสามารถรองรับการทำงานของระบบได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่

1.2 ตรวจสอบผ่าน iPhone ที่เชื่อมต่อกับ Apple Watch

  1. เปิดแอป Watch บน iPhone ของคุณ
  2. แตะที่ My Watch (นาฬิกาของฉัน) > เลือก Apple Watch ของคุณ
  3. ไปที่ General (ทั่วไป) > Battery Health (สุขภาพแบตเตอรี่)
  4. ข้อมูลที่แสดงจะเหมือนกับที่ปรากฏบน Apple Watch

1.3 ใช้แอปของบุคคลที่สาม (Third-Party Apps)

บางแอป เช่น CoconutBattery หรือ iMazing สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแบตเตอรี่ของ Apple Watch ได้เมื่อเชื่อมต่อผ่าน Mac หรือ PC เช่น:

  • จำนวนรอบการชาร์จ (Battery Cycles)
  • อุณหภูมิแบตเตอรี่ (Battery Temperature)
  • ความจุจริง (Actual Capacity)

2. ความหมายของตัวเลขใน "สุขภาพแบตเตอรี่"

ความจุสูงสุด (Maximum Capacity)

  • 100%: แบตเตอรี่ยังอยู่ในสภาพใหม่
  • 80%-90%: แบตเตอรี่ยังทำงานได้ดี
  • ต่ำกว่า 80%: ควรพิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่ เพราะอาจส่งผลต่อการใช้งานในแต่ละวัน
 

Peak Performance Capability

  • หากแสดงว่าการทำงานเต็มประสิทธิภาพยังคง “ปกติ” แสดงว่าแบตเตอรี่ยังคงใช้งานได้ดี
  • หากแสดงว่ามีข้อจำกัด อาจหมายถึงแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม และอาจต้องเปลี่ยน
สุขภาพแบตเตอรี่ใน Apple Watch

3. วิธีการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ Apple Watch

3.1 การตั้งค่าที่ช่วยลดการใช้พลังงาน

  • ลดความสว่างหน้าจอ: ไปที่ Settings > Display & Brightness แล้วปรับลดความสว่าง
  • ใช้โหมด Power Reserve (โหมดประหยัดพลังงาน): ช่วยให้ใช้งานได้นานขึ้นเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด
  • ปิดแอปที่ไม่ได้ใช้งาน: ปิดแอปที่รันอยู่เบื้องหลังเพื่อลดการใช้พลังงาน

3.2 การชาร์จแบตเตอรี่ให้ถูกวิธี

  • หลีกเลี่ยงการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 100% หรือปล่อยให้แบตเตอรี่หมดบ่อย ๆ
  • ใช้สายชาร์จและอะแดปเตอร์ที่ได้รับการรับรองจาก Apple

3.3 การอัปเดตซอฟต์แวร์

  • อัปเดต watchOS เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพราะการอัปเดตมักมาพร้อมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพแบตเตอรี่

3.4 หลีกเลี่ยงอุณหภูมิที่รุนแรง

  • ไม่ควรใช้ Apple Watch ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 35°C หรือหนาวต่ำกว่า 0°C

4. ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ Apple Watch เมื่อใด?

Apple แนะนำให้เปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อความจุสูงสุด (Maximum Capacity) ลดลงต่ำกว่า 80% หรือเมื่อแบตเตอรี่ไม่สามารถรองรับการใช้งานตลอดวันได้อีกต่อไป คุณสามารถนำ Apple Watch ไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ศูนย์บริการ Apple หรือร้านซ่อมที่ได้รับการรับรอง

5. สัญญาณที่บ่งบอกว่าแบตเตอรี่เสื่อม

  • แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ
  • Apple Watch ร้อนผิดปกติระหว่างใช้งาน
  • ไม่สามารถเปิดใช้งาน Apple Watch ได้แม้ชาร์จเต็ม
  • หน้าจอดับเองบ่อยครั้ง

6. ร้านที่ให้บริการตรวจสอบและเปลี่ยนแบตเตอรี่ Apple Watch

Apple Store หรือ Apple Authorized Service Providers

  • การเปลี่ยนแบตเตอรี่กับ Apple จะได้รับการรับรองและใช้อะไหล่แท้
 

ร้านซ่อมมืออาชีพ

  • ร้านที่มีรีวิวดีและใช้แบตเตอรี่ที่มีคุณภาพ เช่นร้าน Misterservicefix